สำหรับน้ำหอมที่จะนำเสนอทั้ง 4 ตัว ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า ใครที่ชอบกลิ่นแบบดุดัน แรงๆ เตะจมูก สามารถผ่านไปได้เลยครับ เพราะสาวๆจะไม่ค่อยชอบนั่นเองครับ

เพราะฉะนั้นแล้วน้ำหอมที่จะแนะนำเป็นน้ำหอมกลิ่นกลางๆ แต่ดึงดูดทั้งเพศเดียวกัน และเพศตรงข้ามได้เลยครับ เพราะเน้นที่กลิ่นหอม และน่าหลงใหล เป็นพิเศษครับ จะไม่ใช่กลิ่นแรงๆที่ค่อนข้างไปทางฉุน และไม่จำเป็นต้องฉีดเยอะด้วยครับ จะมีตัวไหนบ้างไปดูกันครับ

น้ำหอมผู้ชาย
น้ำหอม

1. Maison Francis Kurkdjian Amyris Homme

น้ำหอมที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบกลิ่นที่หรูหราและมีความหลากหลายทางกลิ่น ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในช่วงกลางวันและกลางคืน 

ไม่ว่าจะใช้ออกงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันก็ตอบโจทย์อย่างดูดีมีสไตล์เลยครับ

รายละเอียดกลิ่น:

  • กลิ่นหลัก: Amyris, Citrus, Woody, Floral
  • กลิ่นเริ่มต้น: เปิดตัวด้วยกลิ่นสดชื่นของ มะกรูด (bergamot) และ เลมอน ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น
  • กลิ่นกลาง: Amyris เป็นส่วนสำคัญในกลิ่นกลาง ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา พร้อมกับ ลาเวนเดอร์ และ ไม้หอม ที่ช่วยเพิ่มความลึกให้กับกลิ่น
  • กลิ่นฐาน: ปิดท้ายด้วยกลิ่น ไม้จันทน์ (sandalwood) และ มัสค์, ทำให้กลิ่นนี้ค่อนข้างอบอุ่นและให้ความรู้สึกสงบ

จุดเด่น:

  • สไตล์: กลิ่นของ Amyris Homme จะให้ความรู้สึกสบายๆ แต่มีความหรูหรา ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ที่ทั้งสดชื่นและอบอุ่น น้ำหอมตัวนี้มีความเป็นกลางที่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน
  • ความแตกต่าง: หากชื่นชอบน้ำหอมที่ไม่โดดเด่นเกินไป แต่น่าประทับใจและมีความละเอียดในการผสมกลิ่น Maison Francis Kurkdjian Amyris Homme ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี

เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ลุคความสดชื่นและอบอุ่น สามารถใช้ได้ทุกวัน และได้หลายโอกาส มีกลิ่นที่ติดทนนาน ประมาณ 6 ชั่วโมง ฉีดเดียวได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องเติมซ้ำๆ

perfume
dior

2. Dior Sauvage

สำหรับตัวที่ 2 จะเป็นตัวไหนไปไม่ได้นอกจาก Dior Sauvage เป็นหนึ่งในน้ำหอมที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแบรนด์ Dior ด้วยกลิ่นที่สดชื่นและเผ็ดร้อนที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้มันเป็นตัวเลือกยอดนิยมในกลุ่มน้ำหอมสำหรับผู้ชาย

รายละเอียดกลิ่น:

  • กลิ่นหลัก: มะกรูด (Bergamot), พริกไทยดำ (Pepper), ไม้หอม (Ambroxan) และ อำพัน (Amberwood)
  • กลิ่นเริ่มต้น: กลิ่นมะกรูดให้ความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของน้ำหอมนี้
  • กลิ่นกลาง: มีการผสมผสานระหว่างเครื่องเทศอย่างพริกไทยดำที่เพิ่มความเผ็ดร้อน พร้อมกลิ่นไม้หอมที่ทำให้กลิ่นนี้ดูมีมิติและลึกซึ้งขึ้น
  • กลิ่นฐาน: ปิดท้ายด้วยกลิ่นของ อำพัน และ อำพันจูนิเปอร์ ที่ทำให้น้ำหอมนี้มีความอบอุ่นและคงทนยาวนาน

จุดเด่น:

  • ความเป็นเอกลักษณ์: กลิ่นของ Dior Sauvage มีความสดชื่นและมีความเผ็ดร้อนอย่างลงตัว กลิ่นนี้มักจะดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างได้อย่างดี
  • การออกแบบ: ขวดน้ำหอมถูกออกแบบให้ดูหรูหราและเรียบง่าย ซึ่งสะท้อนถึงความหรูหราและมีสไตล์ของแบรนด์

เหมาะสำหรับคนอื่นอยากได้ลุคแบดๆ แต่มีความอ่อนโยนให้กับคนที่สนใจ น้ำหอมของ Dior ตัวนี้จะตอบโจทย์แบบสุดๆครับ

ชาแนล
bleu

3. Chanel Bleu de Chanel

อีก 1 ตัวดังของแบรนด์ Chanel เป็นน้ำหอมที่มีความหรูหราและเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมน้ำหอมและผู้ชายที่ชื่นชอบน้ำหอมที่มีความเป็นคลาสสิกและมั่นใจ กลิ่นของมันโดดเด่นและหลากหลาย โดยมีความสมดุลระหว่างความสดชื่นและความอบอุ่นที่ไม่แรงเกินไป แต่มีความแรงกว่าตัวแรกนะครับ

รายละเอียดกลิ่น:

  • กลิ่นหลัก: มะกรูด (Bergamot), ไม้จันทน์ (Sandalwood), ไม้ซีดาร์ (Cedarwood), เครื่องเทศ (Pink Pepper)
  • กลิ่นเริ่มต้น: เปิดด้วยความสดชื่นจาก มะกรูด ที่ให้ความรู้สึกหอมสดชื่นและเย็นสบาย
  • กลิ่นกลาง: ตามมาด้วย เครื่องเทศ อย่าง พริกไทยชมพู ที่เพิ่มความเผ็ดร้อนเล็กน้อยและ ไม้ซีดาร์ ซึ่งทำให้กลิ่นมีความเป็นธรรมชาติและมิติ
  • กลิ่นฐาน: ปิดท้ายด้วย ไม้จันทน์ และ อำพัน ซึ่งให้ความอบอุ่นและมีความนุ่มนวล ซึ่งทำให้กลิ่นนี้ติดทนนานและมีเสน่ห์อย่างลึกซึ้ง

จุดเด่น:

  • สไตล์: ความหรูหราและการออกแบบขวดของ Chanel Bleu de Chanel เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหรูหรา ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ชายที่มองหาน้ำหอมที่มีความซับซ้อน
  • การรับรู้: น้ำหอมนี้ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และผู้ใช้มากมายว่าเป็นน้ำหอมที่โดดเด่นและให้ความรู้สึกมั่นใจและน่าประทับใจ

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลุคดูแพง แต่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ ถือว่าตอบโจทย์เลยครับ

Versace Eros
Versace Eros

4. Versace Eros

เป็นน้ำหอมผู้ชายที่ได้รับความนิยมสูงจากแบรนด์ Versace โดยเฉพาะจากการที่มีการออกแบบที่สะท้อนถึงความเป็นชายและความเซ็กซี่ กลิ่นของมันเต็มไปด้วยความเข้มข้นและเสน่ห์ที่ดึงดูดความสนใจได้ดี

และบอกได้เต็มปากว่า น้ำหอมรุ่นนี้มีความฟุ้งกระจายมากๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ก็จะได้กลิ่นอ่อนๆของตัว Eros แล้ว และยิ่งเพิ่มความใกล้ ความหอมก็จะยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก

รายละเอียดกลิ่น:

  • กลิ่นหลัก: มินต์ (Mint), มะกรูด (Lemon), แอปเปิ้ลเขียว (Green Apple), ไม้จันทน์ (Sandalwood), วานิลลา (Vanilla), อะมีร์เบิร์ด (Amber)
  • กลิ่นเริ่มต้น: น้ำหอมเริ่มต้นด้วยกลิ่นของ มินต์ และ มะกรูด ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและเย็นสบาย พร้อมกับกลิ่นผลไม้หอมหวานจาก แอปเปิ้ลเขียว
  • กลิ่นกลาง: กลิ่นดอกไม้และเครื่องเทศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เช่น ดอกกุหลาบ และ มะกรูด ที่ช่วยเพิ่มความสดใสและหลากหลาย
  • กลิ่นฐาน: ปิดท้ายด้วยความอบอุ่นจาก ไม้จันทน์, วานิลลา, และ อะมีร์เบิร์ด ที่ทำให้กลิ่นนี้ติดทนนานและมีเสน่ห์อย่างลึกซึ้ง

จุดเด่น:

  • การออกแบบ: ขวดน้ำหอมมีการออกแบบที่โดดเด่นสะท้อนความหรูหราและพลังของผู้ชาย
  • เสน่ห์: กลิ่นของ Eros ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจและมีความเซ็กซี่ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบกลิ่นที่มีเสน่ห์และไม่ซ้ำใคร
  • ความนิยม: Versace Eros เป็นหนึ่งในน้ำหอมที่ขายดีและได้รับความนิยมสูงในกลุ่มน้ำหอมผู้ชาย

สำหรับใครที่ต้องการลุคผู้ชายสายหวาน พร้อมดูแลผู้หญิงของเรา และยังดึงดูดคนบริเวณรอบๆ ตัวนี้ของ Versace ถือว่าควรค่าแก่การถือครองครับ

จบไปแล้วทั้ง 4 ตัวที่ควรมี โดยส่วนตัวแล้วผมชอบของ Maison Francis Kurkdjian ที่สุดครับ แต่คะแนนมันห่างกันนิดเดียวกัน อย่าง 9.5 9.7 9.8 อะไรแบบนี้ โดยทั้ง 4 ตัวบอกเลยว่า “ใครก็ว่าหอม” ครับ ไม่เชื่อลองไปดมก่อนได้ ชอบไม่ชอบค่อยว่ากันครับ

สำหรับทริคทีjแนะนำ ลองพาแฟน หรือคนที่ชอบไปด้วยก็ได้ครับ ให้เขาดมว่าชอบไหม เพราะยังไงคนที่ดมมากที่สุด ก็จะเป็นแฟนหรือคนที่เราชอบนั่นเองครับ ลองดูนะครับ

ส่วนใครยังไม่มีงบในการซื้ออาจจะลองซื้อแบบน้ำหอมแบ่งขายมาก่อนก็ได้ครับ แล้วหลังจากนั้นค่อยเก็บตังไปซื้อตัวจริง หรือเข้ามาเลือกซื้อหวยก่อนก็ได้นะครับ อาจจะซื้อน้ำหอมแล้วก็มีเงินเหลือใช้เลยก็ได้